การเลือกใช้ครีมรักษาสิว


ครีมรักษาสิว

การเลือกใช้ครีมรักษาสิวนั้น เราจะต้องศึกษาให้รู้จนถ่องแท้ก่อนว่ามันมีสรรพคุณและสารสำคัญอะไรบ้าง จะต้องคำนึงถึงสาเหตุของการเกิดสิวว่าเป็นสิวชนิดใด เรามีคำตอบให้กับคุณ

 

การที่ครีมที่มีส่วนผสมของ Clindamycin นั้น เป็นครีมที่ทำให้เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวลดลง มีประสิทธิภาพที่ดีเมื่อใช้รักษาสิวที่เกิดจากการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อที่มีชื่อว่า P.acne  ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Clindamycin จัดเป็นยาหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา เช่นเดียวกับ Benzoyl Peroxide ออกฤทธิ์ยับยั้ง P.acne ได้ดีที่ความเข้มข้น ตั้งแต่ 2.5%w/w. แต่ถ้าเป็นสิวอุดตันไม่มีการติดเชื้อการใช้ Benzoyl Peroxide อาจมีผลดีกว่าตรงที่สามารถเพิ่มการหลุดลอกของหัวสิวทำให้การอุดตันไขมันลดลง มีการใช้ Benzoyl Peroxide ความเข้มข้น 10.0%w/w ทาก่อนล้างหน้า ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด ช่วยทำให้สิวหัวอุดตันลดลง แต่ถ้าไม่สะดวกอาจใช้ครีม AHA ความเข้มข้นน้อยกว่า 15.0%w/w เป็นประจำหลังล้างหน้าเช้า- เย็น ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน

Tretinoin นั้น เป็นสารโครงสร้างคล้ายวิตามินเอ ทำหน้าที่ลดการสร้างไขมันจากผิวหน้า สามารถลดสาเหตุสำคัญที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ใช้สำหรับผู้ที่เป็นสิวอุดตัน แต่ถ้ามีสิวหัวหนองอักเสบร่วมด้วย ในระยะที่ยังมีหัวหนองอยู่ต้องใช้ Tretinoin ร่วมกับยาปฎิชีวนะเช่น Clindamycin เมื่อหัวหนองแห้งแล้วจึงใช้ Tretinoin ต่อไปอีกระยะหนึ่ง จนรอยอักเสบเรียบเสมอผิวหน้าส่วนอื่นจึงหยุดใช้

ถ้าผิวหน้ามันตลอดเวลาอาจใช้ Tretinoin cream เฉพาะตอนก่อนนอนได้นานอย่างปลอดภัย ร่วมกับครีมควบคุมความมันที่มีสารดูดซับความมันเช่น Aerosil 200 (silicon dioxide) , Zinc, L-carnitine ที่มีขายตามร้านขายยาเช่น Myxx , Eucerin Purifying cream เป็นต้น

Tretinoin ต่างจาก Retinoic Acid อย่างไร สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่?

สารทั้งสองชนิดจัดเป็นวิตามินเอ แต่มีโครงสร้างทางเคมีต่างกัน Retinoic Acid มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาสิว แต่มีความเป็นพิษสูงด้วยเช่นกัน การใช้Retinoic Acid ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจะมีอาการไม่พึงประสงค์คือ ปากแห้งแตก และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อเซลล์ เป็นสารก่อมะเร็ง และการใช้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธ์ต้องระวังการเกิดความผิดปกติต่อทารกด้วย

จึงมีการนำ Tretinoin มาใช้แทน Tretinoin มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวเช่นกัน แต่ออกฤทธิ์ช้ากว่าผลข้างเคียงน้อยกว่า ข้อพึงระวังในการใช้ติดต่อเป็นเวลานานคือ ให้ใช้เฉพาะกลางคืนเนื่องจากทำให้ผิวไวต่อแสงแดดสูง(photosensitive) ผิวแพ้แสง (photoallergic) กลางวันให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมัน ที่มีสารลดการระคายเคือง probiotic prebiotic

 

- ถ้าหน้าเป็นทั้งสิวอักเสบ สิวหัวหนอง สิวอุดตัวหัวดำๆ และสิวเสี้ยน ควรใช้ยาตามลำดับขั้นตอนอย่างไร ? มียา benzoly peroxide ,clindamycin และ tretinoin เพราะเห็นว่าให้ใช้ร่วมกันได้ แต่ทาไม่ถูก

 

ถ้าหาก เป็นครบทุกประเภทให้ควรดำเนินการตามนี้

1) ทาครีม Benzoyl Peroxide ที่มีความเข้มข้นสูงทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งที่ล้างหน้า

2) ถ้าเป็นตอนเช้าหลังขั้นตอนที่ 1 ให้ทาเฉพาะ Clindamycin Cream แต่ถ้าเป็นก่อนนอนให้ทาด้วย Tretinoin Cream บางๆ

3) บริเวณที่มีสิวเสี้ยนหรือมีรอยดำจากสิวอักเสบให้ทาด้วย Myxx Cream ที่มี Salicylic Acid เป็นส่วนประกอบจะช่วยลดไขมันอุดตัน และเพิ่มการสร้างเซลล์ใหม่ ลดการสร้างสิวหัวหนองโดยลดการสะสมสารอาหารที่เชื้อโรคใช้ในการเจริญ คงช่วยทำให้การดูแลรักษาสิวเป็นขั้นตอนขึ้นบ้าง

นอกจาก Tretinoin , Clindamycin และ Benzoyl Peroxide แล้ว ยังมียาทาฆ่าเชื้อสิวตัวไหนอีกมั๊ย

แล้วประเภทยากิน วิตามิน อาหารเสริมผิว แนะนำอะไรดีครับ

ยาทาฆ่าเชื้อนอกจาก Clindamycin, Bebzoyl Peroxide แล้วยังมี Erythromycin, Neomycin ซึ่งมักผลิตโดยมีสเตียรอยด์เป็นส่วนผสมของครีมด้วย หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา

 

สำหรับชนิดรับประทานต้องมีหลักปฎิบัติคือ

1) ขณะหัวสิวอักเสบมีหนอง ต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อ ร่วมกับยาลดอาการอักเสบตามความรุนแรง ถ้าอักเสบไม่มากให้ใช้ Danzen แต่ถ้าอักเสบมากแนะนำให้ใช้ NSAID เช่น Brufen

2) รับประทานวิตามินเอ หรือ เบตาแคโรทีน สารทั้งสองตัวช่วยควบคุมความมันผิวหน้า และป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของกรดไขมันได้ดี จึงลดการเกิดสิว ร่วมกับลดการอักเสบไปพร้อมกัน

3) มีการใช้สารลดการเกิดออกซิเดชั่นมารับประทานอีกมากเช่น สารสกัดจากเล็ดองุ่น สารสกัดจากเปลือกสน ฟลาโวนอยด์ สารเหล่านี้มีรายงานการออกฤทธิ์ที่ดี แต่มีราคาแพง แนะนำให้ใช้วิตามินซี และ วิตามินเอ ร่วมกันน่าจะมีคุณค่าพอกัน อาหารเสริมที่ดีและไม่แพงอีกตัวที่อยากแนะนำคือ Evening Primrose Oil ลองหาใช้ดูนะคะ

4) ดื่มน้ำให้มาก จะช่วยขจัดของเสียทางเหงื่อ และทำให้การขับถ่ายสะดวกขึ้น ลดการสะสมของเสียภายในร่างกาย เพิ่มการไหลเวียนส่งสารอาหารให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอีกข้อปฎิบัติที่ดูง่ายแต่มักมองข้ามกันไปอย่างน่าเสียดาย

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวอย่างไร?ดี ใช้อะไรก็ไม่ดีขึ้น แล้วจะทำยังไงวันนี้ เรามีคำตอบ… การเลือกซื้อครีมหรือเซรั่มเพื่อรักษาสิวในปัจจุบันนั้น เลือกได้ยากมากเพราะมันมีผลิตภัณฑ์รักษาสิวเยอะมาก แต่ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มักออกแบบมาเพื่อเหมาะสำหรับคนที่มีผิวหน้ามัน ทำให้คนที่มีผิวหน้าแห้งแล้วเป็นสิวเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์มักจะเกิดอาการแพ้เห่อและการการแย่กว่าเดิมที่เป็นอยู่ บางคนอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังแพ้เครื่องสำอางนั้นๆอยู่ เครื่องสำอางเพื่อช่วยลดอาการสิวที่ดีนั้นต้องอ่อนโยนและเหมาะกับสภาพผิวทุกแบบทุก

 

ประเภท โดยมีวิธีสังเกตดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ต้องอยู่ในรูปแบบเจลหรือเป็นเนื้อเหลวๆไม่มีฟองหรือมีก็มีน้อยล้างหน้าแล้วไม่ทำให้หน้าแห้งจนเกินไป อีกทั้งโฟมล้างหน้าที่มีฟองมากๆมักจะมีสาร SLS ที่ทำให้เกิดอาการแพ้

2. โทนเนอร์ ความจริงแล้วคนที่เป็นสิวไม่แนะนำให้ใช้โทนเนอร์ เพราะจะทำให้หน้าแห้งมากเกินความจำเป็น แต่บางคนก็ชอบใช้เพราะคิดว่าหน้าจะสะอาดเพิ่มมากขึ้น หากคนที่ต้องการใช้โทนเนอร์ก็ควรเลือกโทนเนอร์ ที่ปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม จะดีที่สุด

3. ครีมบำรุง คือสิ่งที่เรียกว่าเลือกใช้ได้ยากที่สุด เพราะอะไรนะเหรอครับเพราะครีมบำรุงส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของน้ำมันเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แต่น้ำมันบางชนิด ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน

4. ครีมกันแดด เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ไม่สูงเกินไป คือไม่ควรเกิน 30 หรือถ้ากลัวไม่พอ SPF 60 น่าจะสูงสุด และครีมกันแดดดังกล่าวไม่มีส่วนผสมที่ทำให้หน้าแห้งมากเกินไป

5. Allantoin ควรจะมีส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ใช้รักษาสิวเพราะสารตัวนี้จะช่วยลดอาการแพ้อักเสบแดงของผิวหนัง

เมื่อเลือกได้ตามระบุไว้ข้างต้น แน่นอนสิวบนใบหน้าคุณหายไปกลับมาหน้าใสได้อีกครั้งแน่นอน และเราขอแนะนำผลิตภัณฑ์ชุดรักษาสิว 9Acne ที่ผมบอกได้เลยว่าใช้ดีจนต้องบอกต่อ…

Like it.? Share it: